
หากบริษัทมีประกันกลุ่มอยู่แล้วควรทำประกันสุขภาพส่วนตัวหรือไม่ ? สำหรับกลุ่มคนวัยทำงานที่ได้สวัสดิการดีอยู่แล้ว คำตอบ คือ “ควรทำอย่างยิ่ง” แต่จะทำแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าสวัสดิการเดิมที่คุณมี “ครอบคลุม” แค่ไหน
เหตุผลที่ประกันกลุ่ม (Group Insurance) มักจะไม่เพียงพอ มีประเด็นหลักๆ ดังนี้:
1. วงเงินมักมีจำกัด (Limit of Cover)
ส่วนใหญ่ประกันกลุ่มจะแยกค่าใช้จ่ายเป็นหมวดหมู่ เช่น ค่าห้อง 2,000-4,000 บาท หรือค่ารักษาต่อครั้งหลักหมื่นต้นๆ ซึ่งในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลเฟ้อขึ้นทุกปี หากต้องผ่าตัดหรือเจอโรคร้ายแรง วงเงินเหล่านี้มักจะ “เอาไม่อยู่” และคุณต้องควักกระเป๋าจ่ายส่วนต่างเอง
2. ความเสี่ยงเมื่อ “ว่างงาน” หรือ “เกษียณ”
นี่คือจุดอ่อนที่สุด ประกันกลุ่มจะคุ้มครองเฉพาะตอนที่คุณยังเป็นพนักงานอยู่เท่านั้น:
ถ้าลาออกหรือถูกเลิกจ้าง: สิทธิ์การคุ้มครองจะหายไปทันที
ถ้าเกษียณ: ในวัยที่ต้องการประกันมากที่สุด คุณจะไม่มีประกันคุ้มครอง และการจะมาสมัครประกันสุขภาพใหม่ในวัย 60 ปีนั้นทำได้ยากมาก หรือเบี้ยประกันอาจแพงมหาศาล
3. ปัญหาสุขภาพในอนาคต
หากคุณรอจนอายุมากขึ้นหรือเริ่มมีโรคประจำตัวแล้วค่อยคิดจะทำประกันส่วนบุคคล บริษัทประกันอาจ “ไม่รับทำ” หรือ “ยกเว้นการคุ้มครองโรคนั้นๆ” การเริ่มทำตั้งแต่วันที่สุขภาพยังแข็งแรงจึงเป็นการล็อกสิทธิ์ความคุ้มครองที่ดีที่สุด
กลยุทธ์การเลือกซื้อ: “ประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible)”
หากคุณมีประกันกลุ่มอยู่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพแบบจ่ายเต็มราคาแนะนำให้มองหาแผนที่มี Deductible ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าเบี้ยได้ 30-50%
ต้องการวางแผนความคุ้มครองสุขภาพที่เหมาะสมกับแผนประกันกลุ่มที่มี
แอดไลน์ https://line.me/ti/p/~kopipapa
โทร 083 891 6785 รภัสศา เต็มภักดี (สา)
#แผนประกันกลุ่มอลิอันซ์อยุธยา#SMESMARTHEALTH#victorygroup#synergygroup